บีโฮม คลินิกกายภาพบำบัด · ใกล้เซ็นทรัลอยุธยา

จันทร์–ศุกร์ 10:00–19:00 น. · เสาร์–อาทิตย์ 09:00–18:00 น.096-394-4741

ไมเกรนคืออะไร อาการแบบไหนควรได้รับการประเมิน?

ปวดศีรษะแล้วมีคนบอกว่าน่าจะเป็นไมเกรน แต่ยังไม่แน่ใจว่าอาการของตัวเองเข้าข่ายหรือไม่

BEHOME · บทความให้ความรู้

ไมเกรนคืออะไร อาการแบบไหนควรได้รับการประเมิน?
ภาพประกอบบทความ

เริ่มจากทำความเข้าใจคำว่าไมเกรนและข้อมูลที่ควรเล่าให้แพทย์ฟัง เพื่อตรวจประเมินแทนการวินิจฉัยจากชื่ออาการ

ไมเกรนคืออะไร?

อาการที่มากับไมเกรน

  1. คลื่นไส้และอาเจียน: หลายคนที่เป็นไมเกรนมักจะรู้สึกคลื่นไส้ และบางครั้งก็อาจอาเจียนออกมาด้วย ซึ่งอาการนี้ทำให้เรารู้สึกอ่อนแรงและไม่สามารถทำอะไรได้เลย

  2. ความไวต่อแสงและเสียง: เมื่อไมเกรนเกิดขึ้น แสงจ้าๆ หรือเสียงดังๆ จะทำให้รู้สึกแย่ลง บางครั้งอาจต้องการอยู่ในที่มืดและเงียบๆ เพื่อให้อาการเบาลง

  3. อาการก่อนไมเกรน (Aura): บางคนอาจมีอาการที่เกิดขึ้นก่อนการปวดหัวที่เรียกว่า "ออรา" ซึ่งอาจเป็นการเห็นแสงกระพริบ การสูญเสียการมองเห็นบางส่วน หรือรู้สึกชาที่มือและแขน อาการนี้มักเกิดขึ้นประมาณ 10-30 นาทีก่อนการปวดหัว

  4. ความรู้สึกเมื่อยล้า: ไมเกรนทำให้ร่างกายรู้สึกอ่อนเพลีย บางคนอาจรู้สึกเหมือนถูกดูดพลังไปหมด ทำให้ไม่มีแรงทำกิจกรรมต่างๆ

สาเหตุของไมเกรน

  1. ความเครียด: ความเครียดเป็นปัจจัยหนึ่งที่กระตุ้นให้เกิดไมเกรนได้ ไม่ว่าจะเป็นความเครียดจากการทำงาน หรือปัญหาส่วนตัว ความเครียดทำให้ระบบประสาทและฮอร์โมนในร่างกายไม่สมดุล ซึ่งอาจนำไปสู่การเกิดไมเกรน

  2. การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน: ผู้หญิงมักมีโอกาสเป็นไมเกรนมากขึ้นในช่วงที่ฮอร์โมนเปลี่ยนแปลง เช่น ช่วงมีประจำเดือน การตั้งครรภ์ หรือการใช้ยาคุมกำเนิด

  3. อาหารและเครื่องดื่ม: อาหารบางชนิด เช่น ชีส ไวน์แดง ช็อกโกแลต หรืออาหารที่มีผงชูรสสูง อาจเป็นตัวกระตุ้นให้เกิดไมเกรนได้

  4. การนอนหลับไม่เพียงพอ: การนอนหลับที่ไม่เพียงพอหรือไม่เป็นเวลาทำให้ร่างกายอ่อนเพลีย และเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดไมเกรน

  5. การเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ: บางคนอาจสังเกตว่าไมเกรนมักเกิดขึ้นเมื่อสภาพอากาศเปลี่ยนแปลง เช่น อากาศร้อนหรือเย็นจัด

วิธีจัดการกับไมเกรน

  1. พักผ่อนในที่มืดและเงียบ: เมื่อรู้สึกว่าไมเกรนกำลังมา การหาที่พักผ่อนในที่มืดและเงียบจะช่วยลดความรุนแรงของอาการได้

  2. ใช้ยาแก้ปวด: การใช้ยาแก้ปวดเช่น ไอบูโพรเฟน (Ibuprofen) หรือพาราเซตามอล (Paracetamol) สามารถช่วยบรรเทาอาการปวดไมเกรนได้ แต่ควรใช้ยาตามคำแนะนำของแพทย์หรือเภสัชกร

  3. ดื่มน้ำเยอะๆ: การดื่มน้ำเยอะๆ จะช่วยให้ร่างกายมีความชุ่มชื่นและลดความรุนแรงของไมเกรนได้

  4. หลีกเลี่ยงอาหารที่เป็นตัวกระตุ้น: หากรู้ว่าอาหารบางชนิดทำให้เกิดไมเกรน ควรหลีกเลี่ยงการทานอาหารเหล่านั้น

  5. การนวดหรือประคบเย็น: การนวดบริเวณขมับหรือการใช้ผ้าชุบน้ำเย็นประคบที่หน้าผากสามารถช่วยลดความรุนแรงของอาการไมเกรนได้

ป้องกันไมเกรนอย่างไรดี?

  1. การจัดการความเครียด: ฝึกการผ่อนคลาย เช่น การทำสมาธิ หรือการออกกำลังกายแบบเบาๆ เพื่อช่วยลดความเครียด

  2. การนอนหลับที่เพียงพอ: ควรนอนหลับให้เพียงพอและเป็นเวลาเดียวกันทุกวัน เพื่อให้ร่างกายได้พักผ่อนอย่างเต็มที่

  3. การทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพ: เลือกทานอาหารที่มีประโยชน์และหลีกเลี่ยงอาหารที่อาจกระตุ้นให้เกิดไมเกรน

  4. การออกกำลังกายสม่ำเสมอ: การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอจะช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันและลดความเสี่ยงต่อการเกิดไมเกรน

  5. การรักษาด้วยยา: หากคุณเป็นไมเกรนบ่อยๆ ควรปรึกษาแพทย์เพื่อรับการรักษาที่เหมาะสม อาจต้องใช้ยาที่ช่วยป้องกันการเกิดไมเกรน

สรุป

ต้องการนัดประเมินกับ BeHome?

คลินิกกายภาพบำบัด ใกล้เซ็นทรัลอยุธยา · ค่าบริการ 900–1,400 บาท/ครั้ง

สอบถามรายละเอียดและคิวว่างกับคลินิกก่อนเข้ารับบริการ

สอบถามคิวทาง LINE @behealth · โทร 096-394-4741

เลือกอ่านบทความสุขภาพทั้งหมด →

สอบถามคิวและค่าบริการ BEHOME

เล่าอาการเบื้องต้นและช่วงเวลาที่สะดวกให้เจ้าหน้าที่ฟัง เพื่อสอบถามคิวและรายละเอียดก่อนนัดหมาย

นัดประเมินอาการ → · โทร 096-394-4741
โทรคลินิกนัดประเมินทาง LINE

กำลังมองหาเรื่องไหน?

ค้นหาจากอาการ บริการ และบทความของ BEHOME