เริ่มจากทำความเข้าใจคำว่าไมเกรนและข้อมูลที่ควรเล่าให้แพทย์ฟัง เพื่อตรวจประเมินแทนการวินิจฉัยจากชื่ออาการ
ไมเกรนคืออะไร?
อาการที่มากับไมเกรน
-
คลื่นไส้และอาเจียน: หลายคนที่เป็นไมเกรนมักจะรู้สึกคลื่นไส้ และบางครั้งก็อาจอาเจียนออกมาด้วย ซึ่งอาการนี้ทำให้เรารู้สึกอ่อนแรงและไม่สามารถทำอะไรได้เลย
-
ความไวต่อแสงและเสียง: เมื่อไมเกรนเกิดขึ้น แสงจ้าๆ หรือเสียงดังๆ จะทำให้รู้สึกแย่ลง บางครั้งอาจต้องการอยู่ในที่มืดและเงียบๆ เพื่อให้อาการเบาลง
-
อาการก่อนไมเกรน (Aura): บางคนอาจมีอาการที่เกิดขึ้นก่อนการปวดหัวที่เรียกว่า "ออรา" ซึ่งอาจเป็นการเห็นแสงกระพริบ การสูญเสียการมองเห็นบางส่วน หรือรู้สึกชาที่มือและแขน อาการนี้มักเกิดขึ้นประมาณ 10-30 นาทีก่อนการปวดหัว
-
ความรู้สึกเมื่อยล้า: ไมเกรนทำให้ร่างกายรู้สึกอ่อนเพลีย บางคนอาจรู้สึกเหมือนถูกดูดพลังไปหมด ทำให้ไม่มีแรงทำกิจกรรมต่างๆ
สาเหตุของไมเกรน
-
ความเครียด: ความเครียดเป็นปัจจัยหนึ่งที่กระตุ้นให้เกิดไมเกรนได้ ไม่ว่าจะเป็นความเครียดจากการทำงาน หรือปัญหาส่วนตัว ความเครียดทำให้ระบบประสาทและฮอร์โมนในร่างกายไม่สมดุล ซึ่งอาจนำไปสู่การเกิดไมเกรน
-
การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน: ผู้หญิงมักมีโอกาสเป็นไมเกรนมากขึ้นในช่วงที่ฮอร์โมนเปลี่ยนแปลง เช่น ช่วงมีประจำเดือน การตั้งครรภ์ หรือการใช้ยาคุมกำเนิด
-
อาหารและเครื่องดื่ม: อาหารบางชนิด เช่น ชีส ไวน์แดง ช็อกโกแลต หรืออาหารที่มีผงชูรสสูง อาจเป็นตัวกระตุ้นให้เกิดไมเกรนได้
-
การนอนหลับไม่เพียงพอ: การนอนหลับที่ไม่เพียงพอหรือไม่เป็นเวลาทำให้ร่างกายอ่อนเพลีย และเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดไมเกรน
-
การเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ: บางคนอาจสังเกตว่าไมเกรนมักเกิดขึ้นเมื่อสภาพอากาศเปลี่ยนแปลง เช่น อากาศร้อนหรือเย็นจัด
วิธีจัดการกับไมเกรน
-
พักผ่อนในที่มืดและเงียบ: เมื่อรู้สึกว่าไมเกรนกำลังมา การหาที่พักผ่อนในที่มืดและเงียบจะช่วยลดความรุนแรงของอาการได้
-
ใช้ยาแก้ปวด: การใช้ยาแก้ปวดเช่น ไอบูโพรเฟน (Ibuprofen) หรือพาราเซตามอล (Paracetamol) สามารถช่วยบรรเทาอาการปวดไมเกรนได้ แต่ควรใช้ยาตามคำแนะนำของแพทย์หรือเภสัชกร
-
ดื่มน้ำเยอะๆ: การดื่มน้ำเยอะๆ จะช่วยให้ร่างกายมีความชุ่มชื่นและลดความรุนแรงของไมเกรนได้
-
หลีกเลี่ยงอาหารที่เป็นตัวกระตุ้น: หากรู้ว่าอาหารบางชนิดทำให้เกิดไมเกรน ควรหลีกเลี่ยงการทานอาหารเหล่านั้น
-
การนวดหรือประคบเย็น: การนวดบริเวณขมับหรือการใช้ผ้าชุบน้ำเย็นประคบที่หน้าผากสามารถช่วยลดความรุนแรงของอาการไมเกรนได้
ป้องกันไมเกรนอย่างไรดี?
-
การจัดการความเครียด: ฝึกการผ่อนคลาย เช่น การทำสมาธิ หรือการออกกำลังกายแบบเบาๆ เพื่อช่วยลดความเครียด
-
การนอนหลับที่เพียงพอ: ควรนอนหลับให้เพียงพอและเป็นเวลาเดียวกันทุกวัน เพื่อให้ร่างกายได้พักผ่อนอย่างเต็มที่
-
การทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพ: เลือกทานอาหารที่มีประโยชน์และหลีกเลี่ยงอาหารที่อาจกระตุ้นให้เกิดไมเกรน
-
การออกกำลังกายสม่ำเสมอ: การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอจะช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันและลดความเสี่ยงต่อการเกิดไมเกรน
-
การรักษาด้วยยา: หากคุณเป็นไมเกรนบ่อยๆ ควรปรึกษาแพทย์เพื่อรับการรักษาที่เหมาะสม อาจต้องใช้ยาที่ช่วยป้องกันการเกิดไมเกรน
สรุป
ต้องการนัดประเมินกับ BeHome?
คลินิกกายภาพบำบัด ใกล้เซ็นทรัลอยุธยา · ค่าบริการ 900–1,400 บาท/ครั้ง
สอบถามรายละเอียดและคิวว่างกับคลินิกก่อนเข้ารับบริการ
สอบถามคิวทาง LINE @behealth · โทร 096-394-4741
เลือกอ่านบทความสุขภาพทั้งหมด →สอบถามคิวและค่าบริการ BEHOME
เล่าอาการเบื้องต้นและช่วงเวลาที่สะดวกให้เจ้าหน้าที่ฟัง เพื่อสอบถามคิวและรายละเอียดก่อนนัดหมาย
นัดประเมินอาการ → · โทร 096-394-4741